“หม่ำ จ๊กม๊ก” ช่วยชาวบ้านพร้อม ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด มอบสิ่งของให้ผู้ประสบอุทกภัย ที่ อ.เมืองร้อยเอ็ด


เมื่อเวลา 11.00 น.วันอังคารที่ 3 กันยายน 2562 พ.ต.อ.ดร.พัทฐกร ศาสนะสุพิน ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ร่วมกับ บริษัทมะลิทอง โลจิสติกส์จำกัด โดยคุณปิยทัศน์ มะลิทอง กรรมการบริหารพร้อมคณะ ร่วมด้วยตำรวจจิตอาสา สภ.เมืองร้อยเอ็ด ไปมอบสิ่งของบรรเทาความเดือดร้อนช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ที่บ้านอ้น ม.3 ต.ดงลาน อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

ต่อจากนั้นเวลา 12.30 น.วันเดียวกัน คณะผู้ร่วมบริจาคอุทกภัยทั้งนี้เดินทางไปเพื่อมอบสิ่งของให้ผู้ประสบภัย ที่บ้านแคน ต.แคนใหญ่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ขณะเดินทาง้ มี คุณเพ็ชรทาย วงศ์คำเหลา อายุ 54 ปี หรือ “หม่ำ จ๊กมก” ดารานักแสดงตลก พิธีกรชื่อดัง ซึ่งเป็นชาว จ.ยโสธร บ้านใกล้เรือนเคียงกับ จ.ร้อยเอ็ด โทรศัพท์มาหา พ.ต.อ.ดร.พัทฐกร ศาสนะสุพิน เพื่อประสานขอใช้สถานที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ถ่ายทำหนัง เรื่อง”Loveเลยร้อยเอ็ด”

พ.ต.อ.ดร.พัทฐกร ศาสนะสุพิน จึงถือโอกาสเชิญ “หม่ำ จ๊กมก” เข้าร่วมแจกสิ่งของผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั้งที่ บ้านแคน ต.แคนใหญ่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ดและบ้านห้าแยกกกโพธิ์ ต.เหนืองเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ดปรากฏว่า ชาวบ้านพากันตื่นเต้นและอารมณ์ดีไปด้วย ในขณะมอบแจกสิ่งของผู้ประสบภัยน้ำท่วมและทราบว่า “หม่ำ จ๊กมก” หรือ เพ็ชรทาย วงศ์คำเหลา กำลังจะใช้โลเกชั่นของ จ.ร้อยเอ็ด เป็นที่สร้างภาพยนตร์รักเรื่องหนึ่ง คือ LOVE เลยร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นเรื่องของ ด.ต.นายหนึ่ง วัยใกล้เกษียณ รักกับสาวนักเรียนวัยรุ่นชั้น ม.ปลาย

“ฉลาด สุ่มมาตย์” รีไรท์ / รายงานข่าว จาก ด.ต.ทวีศักดิ์
ขันแก้ว (ดีเจแรมโบ้โสข่าว ในห้องไลน์ตาสับปะรด)

อัพเดตโรครุมเร้า แจ๊ค เชิญยิ้ม ผอมจนคนคิดว่าเป็นเอดส์ หลังน้ำหนักลด 10 โล.


แจ๊ค เชิญยิ้ม อัพเดตโรครุมเร้า ผอมจนคนคิดว่าเป็นเอดส์ หลังน้ำหนักลด 10 โล.

หายหน้าหายตาจากวงการไปนานพอสมควร สำหรับ นักแสดงตลก แจ๊ค เชิญยิ้ม ที่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวต้องเจอกับปัญหาสุขภาพมากมาย แถมตรวจพบเป็นวัณโรคปอด ทำเอาซูบผอมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหวานใจ หญิง อภิสรา ก็ป่วยด้วยโรคไต แถมยังมีประเด็นต่างๆ ตามมามากมาย

ล่าสุด แจ๊ค เชิญยิ้ม ควงหวานใจ หญิง อาภัสรา มาเคลียร์ประเด็นต่างๆ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มีหนิง ปณิตา, ธัญญา ธัญเรศ และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

น้ำหนักลดไปเยอะมาก?
แจ๊ค : น้ำหนักลดไป 10 กิโล ภายในไม่ถึง 15 วัน เพราะว่ามันเป็นผลข้างเคียงของคนที่เป็นโรคนี้ วัณโรคปอด ปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ แล้วน้ำท่วมปอดด้วย
มันเกิดจากอะไร?
แจ๊ค : การใช้ชีวิตปัจจุบัน ในการที่เราหายใจเข้าไป ฝุ่น มลพิษต่างๆ ที่เราหายใจเข้าไป
หญิง : คือคนทั่วไปก็เสี่ยงเป็นโรคนี้ได้ เหมือนภูมิต้านทานเราต่ำเวลาเป็นไข้แล้วปล่อยให้มันเรื้อรังเชื้อมันก็จะลงไปที่ปอด
ที่ผ่านมาแจ๊คทำงานค่อนข้างหนัก?
แจ๊ค : เยอะ แจ๊คทำงานมาตั้งแต่เด็ก ประมาณ ม.2 -3 เล่นตลกคาเฟ่มาตั้งแต่เด็ก เข้าวงการตั้งแต่ปี1 ก็ทำงานมีงานเยอะมาตลอด พอมันมีงานเยอะมันก็แลกมากับการที่เราพักผ่อนน้อย พอวันนึงที่เราภูมิต้านทานต่ำโรคข้างในที่มันรอจะปะทุขึ้นมามันก็พร้อมมาก ทีนี้ก็เรียบร้อยเลย
ตอนแรกที่อากาศออก มันเป็นยังไงบ้าง?
แจ๊ค : แจ๊คมีไข้สูง 38-39 องศาติดต่อกันทุกวันเป็นแบบนี้มาเกือบเดือน เราก็แก้ไขด้วยการกินยาแล้วไปทำงาน พอดื้อยาก็ไปฉีดยาแทนเพื่อให้ไปทำงานไหว พอวันนึงตื่นเช้ามาพบว่าเรามีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ โดยเราอาบน้ำ สระผม แต่งตัว เดินขึ้น-ลงบันไดบ้าน แล้วรู้สึกเหนื่อยขึ้น ก็เลยไปตรวจพอเอ็กซเรย์ในปอดเราจะมีจุดสีขาวเต็มเลย หมอบอกว่ามันเป็นเชื้อโรค เชื้อราทั้งหมด บริเวณปอดมีน้ำมากกว่าปกติต้องดูดออกด่วน แล้วก็ให้แอดมิทเลย คือปอดของคนปกติเอ็กซเรย์ออกมาจะเป็นสีดำทั้งหมด ของแจ๊คแทบไม่มีสีดำ อีกอย่างนึงของแจ๊กมีน้ำอยู่ข้างใต้ต้องเจาะข้างหลังแล้วดูดน้ำออก คือเขาเจาะสดเลย แล้วเจาะเลือดตรวจทุกวัน

พอได้ยินแบบนั้นรู้สึกยังไง?
แจ๊ค : รู้สึกว่ามันงงก่อนว่าเราเป็นได้ไง คือบุหรี่เราก็ไม่สูบ ซึ่งเราคิดว่าเราเป็นไข้ธรรมดา พอมาวันนึงมันไม่เตือนเราเลย มาถึงก็เหนื่อยเลยแล้วก็แอดมิทเลย งานทั้งหมดเราก็ไม่ได้เคลียร์ แต่ถ้าเราออกไปทำงานต่อมันก็จะมีผลต่อเราด้วย ถ้าเราไปทำอะไรหนักๆ เราก็อาจจะช็อกได้
ระหว่างอยู่โรงพยาบาลคุณหมอบอกอะไรเราบ้าง?
แจ๊ค : เขากักตัวเราไว้
ความร้ายแรงที่เป็นมันขนาดไหน?
แจ๊ค : เสียชีวิตได้ คือคนที่เป็นโรคปอดแล้วเป็นคนใกล้ตัวไม่ถึงสัปดาห์เขาเสียชีวิตเลยก็มี และบางคนที่เป็นโรคนี้รักษาตัวดีๆ 6 เดือน ปีนึง ปีครึ่งหายขาดเลยก็มี ซึ่งเราพอแอดมิท เราไม่ได้อยู่ห้องที่เขารักษาทั่วไป เราไปอยู่ในห้องกักตัว กักเชื่อ เป็นห้องสี่เหลี่ยม ตอนนั้นเราอยู่โรงพยาบาลเป็นเดือนเพื่อที่จะแน่ใจว่าเราไม่มีเชื้อที่จะไปแพร่คนอื่นแล้วถึงออกมารักษาข้างนอก
ตอนนั้นหญิงทำยังไง?
หญิง : หญิงเสร็จงานก็ไปเยี่ยมตลอด ห้ามเฝ้า เพราะที่โรงพยาบาลไม่ให้เรานอน เขาก็ให้คาดแมส ส่วนตัวเราก็ไม่สบายเขาก็กลัวเชื่อจะมาติดเรา ก็ให้กำลังใจเขา พอเห็นสภาพเขาเราก็กลัวก็ไปไหว้พระ ขอพร ขออย่าให้เขาเป็นอะไรไปมากกว่านี้นะ กลัวโรคแทรกซ้อน กลัวอะไรหลายๆ อย่าง ยิ่งเราป่วยแล้วไปอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เราจิตตกไปด้วย
แล้วแจ๊คออกมาจากโรงพยาบาลนานหรือยัง?
แจ๊ค : น่าจะ 5 เดือน กลับไปอยู่บ้านช่วงแรกๆ ไม่สามารถทำอะไรเองได้เลยแม้กระทั่งอาบน้ำ สระผม คือด้วยความที่น้ำหนักลดลงสิบโล พอมันผอมมากทำให้เราไม่ชินแล้วร่างกายมันก็รับน้ำหนักตัวได้ไม่มาก ขาเรามันไม่มีแรงเดิน มันทำให้เรานอนติดเตียงอยู่แบบนั้น สิ่งที่เราคิดแล้วเรามองเห็นมันคือวันนึงเราทำงานมาตั้งเยอะ เรามองเห็นเงินอยู่ตรงหน้า แต่เราไม่สามารถหยิบมาใช้ได้
เมื่อกี้ที่บอกว่าโดนเจาะเลือดทุกวันกลัวมากโดยเฉพาะโรค HIV มันเกิดไรขึ้นทำไมถึงกลัวตรงนั้น?
หญิง : คือหมอเขาบอกว่าโรคพวกนี้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นเหมือน HIV อาการมันจะผอมลง คุณหมอเขาบอกว่า ดูน่าเป็นห่วง เขาผอมซูมน่ากลัว เขาก็เลยเจาะเลือดเพื่อหาเชื้อ แต่สุดท้ายก็ไม่เจอ


ตัวคุณหญิงก็ป่วยด้วย?
หญิง : หญิงเป็นนานแล้ว ฟอกไตมา 3 ปีแล้วค่ะ หมอเขาก็ไม่รู้สาเหตุ แต่มีอยู่ช่วงนึงที่หญิงทำรายการความสวยความงามแล้วกินพวกอาหารเสริม กินเยอะ แล้วหมอบอกว่าอาจจะไปโดนสเตอรอยด์ แล้วมันไปสะสมทำลายไตเรา
พอป่วยคู่แล้วเรื่องเงินทำยังไง?
แจ๊ค : จริงๆ แล้วเราทำงานมาเราก็มีเก็บ แจ๊คกับหญิงเป็นคนที่ไม่ฟุ่มเฟือยอะไรมากมาย อีกอย่างหนึ่ง ตอนนั้นหญิงป่วยก่อนเราก็ทำงานมีงานทุกวัน แล้วก็มีเงินเก็บที่เราเก็บมาของหญิงค่าใช้จ่ายไม่เยอะเท่าไหร่ ของแจ๊คก็ไม่เท่าไหร่ สำหรับเรามันน้อย แต่สิ่งที่เราหนักใจก็คือการทำยังไงให้มันฟื้นตัวเร็วที่สุด
สมมุติวันนี้กลับมาทำงานไหวกี่เปอร์เซ็นต์?
แจ๊ค : หญิงรับงานตั้งแต่ สามเดือนแล้ว ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่าน คือมันมีงานก่อนที่เราจะป่วย เราก็ต้องลาเขาเพราะเราป่วยทำงานให้เขาไม่ไหว เขาก็ยังรอเรา แล้วก็มีงานใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา แจ๊คก็ลองงานเบาๆ ก่อน ตอนนี้เข้าเดือนที่ 5-6 ก็มีกำลังใจเยอะขึ้น
ป่วยแบบนี้ใช้ค่ารักษาทั้งหมดเท่าไหร่?
แจ๊ค : จริงๆ การรักษาแต่ละโรคมันก็มีราคาที่เป็นแสนอยู่แล้ว แล้วแต่โรคแล้วแต่อาการ ของแจ๊คก็หมดไปเยอะเหมือนกัน เราพลาดอย่างนึงคือเราไม่ได้ทำประกันสุขภาพเอาไว้
หลายคนเม้าท์ว่าคุณกลายเป็นลูกตลกตกอับ?
แจ๊ค : คำว่าตกอับของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน อย่างของแจ๊คคือเราป่วย ไม่สามารถรับอะไรได้ แต่ก็ยังมีงานที่เราถ่ายเอาไว้ก่อนแล้วแล้วมาออนแอร์ก็มี เราไม่ได้คิดมาก เพราะเราทำงานมาตลอด ทำจนป่วย
อย่าแจ๊ส ชวนชื่น มีให้กำลังใจยังไงบ้าง?
แจ๊ค : เขาก็มีส่งข้อความมา มีคอมเมนต์ในโซเชียลต่างๆ ด้วยต่างคนต่างทำงาน ซึ่งเขางานเยอะเวลาเจอครอบครัวยังน้อยเลย เราเป็นเพื่อนโอกาสเจอมันก็น้อยกว่า เราก็รู้อยู่แล้วว่าคนที่เป็นเพื่อนกันก็เป็นห่วงกันอยู่แล้ว ก็เลยไม่ซีเรียสเรื่องที่เป็นข่าว ซึ่งประเด็นต่างๆ ก็ไม่รู้มาได้ไง ทั้งแบบเข้าวงการมาพร้อมกันแต่คนนึงดังกว่า มีงานเยอะกว่า เอาจริงๆ เราเป็นเพื่อนกันต่างคนต่างยินดีกันมากกว่า
มาที่เรื่องตัวเองบ้าง ทำไมยังไม่แต่ง?
แจ๊ค : ด้วยปัญหาหลายๆ อย่าง ทั้งงาน สุขภาพร่างกาย มันทำให้เราพักไปก่อน ซึ่งเราคุยกันแล้วว่างานแต่งไม่ต้องใหญ่มาก เราแฮปปี้กันสองคนพอ ถามว่าแต่งเมื่อไหร่ต้องบอกว่ารอให้พร้อมที่สุด อาจจะเป็นงานแต่งเล็กๆ ในครอบครัว และขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ

OMG!!!สร้างบ้านจะเสร็จแล้ว โดนคนแก่ทักหน้าต่าง 9 ช่องมันไม่ดี


มาอีกแล้ว สร้างบ้านเกือบจะเสร็จอยู่แล้ว มีคนแก่มาทักว่าทำหน้าต่าง 9 ช่อง มันไม่ดี กลายเป็นเด็นในโลกโซเชียลที่ทำเจ้าของบ้านมีความกังวลใจเป็นอย่างมาก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้ออกมาเผยแพร่ภาพหน้าต่าง 9 ช่อง บ้านของเค้าเองพร้อมข้อความระบุว่า “มีคนแก่มาทักว่าทำหน้าต่าง 9 ช่องมันไม่ดี รบกวนถามเพื่อน สมช หน่อยคัฟ” 

ต่อมาก็ ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากพร้อมให้คำแนะนำ เช่น “อยู่กับตัวเองอยู่กับปัจจุบัน เชื่อในพื้นฐานความเป็นจริง และลักษณะการใช้งาน อย่าไปเชื่อเรื่องคนแก่ทัก โบราณว่าไว้ให้มาก มีจุดยืนของตัวเอง”

ติดตั้งบานหน้าต่างเสร็จแล้วเหลือทาสี

หน้าต่าง 9 ช่อง ไม่ดีตรงไหน

ลงสีออกมาก็สวยดีนะ

ความคิดเห็นชาวเน็ต

ไม่ดีอย่างไร

เอาไงดีจะไปต่อรึว่าพอแค่นี้

       ทั้งนี้ หลังจากที่เจ้าของบ้าน ได้เผยแพร่ภาพหน้าต่างออกสู่โลกโซเชียลก็มีชาวเน็ตต่างให้กำลังใจ และให้เหตุผลพอสรุปได้ว่า สาเหตุที่ไม่ดีคือประตูหน้าต่างเยอะเกินไป โจรมีทางเข้าได้หลายทาง ถ้าบอกตรงๆแบบนี้คนจะไม่ค่อยฟัง คนโบราณเลยโยงเข้ากับความเชื่อเรื่องโชคลาภ อัปมงคล อะไรประมาณนั้น ส่วนข้อดีก็มีเช่นเปิดรับอากาศดีๆ เข้าบ้านเอาเป็นว่าสร้างบ้าน ตามใจผู้อยู่ เอาที่สบายใจเจ้าของบ้านดีที่สุด

เรียบเรียงโดย : kaijeaw.in.th

ขอบคุณที่มา kaijeaw.in.th

แชร์ให้รู้ไว้ก่อนกู้! 3 สาเหตุหลัก ที่ทำให้กู้บ้านไม่ผ่าน ธนาคารพิจารณาอะไรยังไง ตามมาดูกันเลย


บ้านถือเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของใครหลายๆ คน และเชื่อว่าแทบจะทุกคนคงอยากที่จะมีบ้านเป็นของตนเอง แต่เนื่องจากบ้านเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะใช้การกู้ในการซื้อ และด้วยความที่เป็นหนี้ก้อนใหญ่ โดยที่มีเวลาในการชำระหนี้ค่อนข้างนานนี่เอง ธนาคารส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ให้กู้จึงอยากได้ความมั่นใจว่า ผู้กู้อย่างเราๆ นั้น สามารถที่จะผ่อนได้จนครบสัญญา จึงอาจทำให้ใครหลายๆ คนคงปวดหัวไม่น้อย เพราะกู้เท่าไหร่ก็ยังไม่ผ่านซักที

วันนี้ ในบ้าน จึงอยากจะมาแนะนำ 3 สาเหตุหลัก ที่อาจทำให้การกู้บ้านมักที่จะไม่ผ่านการอนุมัติ เพื่อให้เพื่อนๆ ชาวเว็บสามารถนำไปปรับใช้ รวมถึงเพื่อการเตรียมตัวล่วงหน้าในการขอกู้ครั้งต่อไปให้ง่ายขึ้น

1. ที่มาของรายได้ไม่ชัดเจน

รายได้ของผู้กู้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ให้กู้ให้ความสนใจ เพราะรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือนนั้น จะแสดงถึงความสามารถของผู้กู้ที่จะสามารถชำระหนี้ได้ไหวหรือไม่ หากเราสามารถแสดงถึงรายได้ในแต่ละเดือนที่ชัดเจน เช่น มนุษย์เงินเดือน ที่มีสลิปเงินเดือน และเงินเข้าบัญชีธนาคาร ที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และสามารถตรวจสอบได้ ก็ช่วยสร้างโอกาสในการกู้ได้มากขึ้น

แต่หากเราประกอบอาชีพอิสระ ค้าขาย หรือเป็น Freelance ที่ไม่มีหลักฐานแสดงที่มาของรายได้ หรือเงินเดือนไม่ได้ผ่านบัญชีธนาคาร พูดง่ายๆ ก็คือ ตรวจสอบได้ยากว่าเราได้รายรับที่แน่นอนสม่ำเสมอ หรือเงินที่ได้มาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การกู้กับธนาคารจึงมักจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก แต่หากเรามีเอกสารชัดเจนในการประกอบอาชีพ เช่น การจดทะเบียนพาณิชย์ หรือสัญญาจ้างงาน และการเดินบัญชีเงินฝากทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 6-12 เดือน เป็นต้น ก็จะช่วยให้การขอกู้ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

2. ภาระหนี้สินที่มากจนเกินไป

ธนาคารส่วนใหญ่จะมีเกณฑ์กำหนดให้ผู้ขอกู้บ้านสามารถมีภาระผ่อนหนี้สินต่อเดือนได้ไม่เกิน 40 % ของรายได้ เช่น เงินเดือน 20,000 บาท จะสามารถผ่อนหนี้บ้านต่อเดือนได้อยู่ที่ประมาณ 8,000 บาท แต่บางแห่งหากผู้กู้มีรายได้ หรือเงินเดือนที่สูง อาจสามารถที่จะมีภาระผ่อนหนี้สินต่อเดือนเป็น 50-60% ได้

โดยภาระผ่อนหนี้สินต่อเดือนนั้น จะรวมถึงหนี้สินอื่นๆ ของผู้กู้ด้วย เช่น หนี้ผ่อนรถยนต์ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหากผู้กู้มีการกู้ร่วมซื้อบ้าน หรือคอนโดกับผู้อื่นอยู่ หากมีหนี้เหล่านี้อยู่ก่อนแล้ว จะถูกนำมาหักออกจากความสามารถในการผ่อนหนี้สินต่อเดือน ทำให้ความสามารถในการผ่อนลดน้อยลง หากเมื่อนำมาคำนวณแล้ว ความสามารถในการชำระหนี้สินต่อเดือนต่ำกว่าจำนวนวงเงินของบ้านก็อาจจะถูกปฏิเสธจากธนาคารได้ หากสามารถปิดหนี้ที่มีอยู่เดิมได้ หรือรอให้หนี้เดิมหมดเสียก่อนเพื่อเพิ่มความสามารถในการผ่อนให้มากยิ่งขึ้นก็สร้างโอกาสในการยื่นกู้ได้มากขึ้น

 

3. ประวัติผิดนัดชำระหนี้ที่ผ่านมา

ข้อมูลการชำระหนี้ที่เรามีทั้งหมดจะถูกบันทึกอยู่ใน ข้อมูลเครดิตบูโร หากเราเคยชำระล่าช้า หรือผิดนัดชำระหนี้ ระบบดังกล่าวก็จะแสดงให้เห็น โดยส่วนใหญ่จะแสดงย้อนหลัง 3 ปี โดยเวลาที่ผู้กู้ขอสินเชื่อกับธนาคาร ต้องมีการลงนามในเอกสารยินยอมให้ตรวจเครดิตบูโร ธนาคารจะดูว่าปัจจุบันมีภาระหนี้เท่าไร และประวัติการผ่อนชำระหนี้ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เพื่อประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อ โดยทั่วไปหากผู้ที่จะซื้อบ้านเคยมีประวัติค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน หรือที่เรียกว่า หนี้ NPL ก็มีโอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อให้เรายากขึ้น

ดังนั้น ผู้ที่เคยมีประวัติชำระหนี้ล่าช้า ไม่ตรงเวลา แนะนำให้รีบหาทางชำระหรือปิดบัญชีหนี้สินให้เรียบร้อย จากนั้นรอระยะเวลาให้ผ่านพ้นไปเกิน 1-3 ปี จึงจะมีโอกาสขอสินเชื่อได้มากยิ่งขึ้น

 

ทั้ง 3 เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องหลักๆ ที่ผู้กู้มักจะติดปัญหาในการขอสินเชื่อ แต่ทั้งนี้เงื่อนไขในการพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อของแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน เพื่อนๆ สามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านที่ตนเองต้องการได้มากกว่า 1 แห่งเพื่อนำมาเป็นทางเลือกในการตัดสินใจ

ที่มา: K-Expert

เจ๋งอ่ะ คิดให้ดีก่อนลงทุน ข้อคิดชีวิตดีๆ มีเงิน 3 แสน ควรซื้อวัวมาเลี้ยง หรือ ซื้อรถยนต์มาขับก่อนกัน


เป็นอีกหนึ่งแนวคิดดีๆ ที่เรานำมาฝากในวันนี้ ความคิดของคนเรามีมากมายหลายแง่ ต่างคนต่างมุมต่างแนวคิด เรื่องเดียวกันแต่ก็อาจจะคิดคนละแบบ อย่างในเรื่องนี้ ที่ทางผู้ใช้เฟสบุ๊ก เตชธโร สายทะเล

c1

ได้โพสต์ข้อคิดดีๆ แต่ก็มีหลายมุมมองจากชาวเน็ต สำหรับข้อคิดถ้ามีเงิน 3 แสนบาท กับการซื้อรถยนต์ กับการซื้อวัวมาเลี้ยง ที่สามารถที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับเราได้ในอนาคต โดยได้โพสต์พร้อมระบุว่า

c2

#เอาข้อคิดดีๆมาฝากครับ สมมุติผมมีเงินอยู่3แสน….ถ้าผมเอาไปดาวรถ1คัน ผมจะต้องผ่อนทุกเดือนละ8000-10000 เป็นเวลา4-5ปี (เขาเรียกว่าหนี้สิน)

c3

แต่ถ้าผม เอาเงินนั้นมาซื้อวัว จะได้ประมาน7-10ตัวและทุกๆปี ผมจะได้ลูกวัวเพิ่ม7-10ตัว ( อันนี้เขาเรียกว่าทรัพย์สิน ) และถ้าเปรียบเวลา5ปี ค่อยขายพวกลูกวัวแล้วมาซื้อรถ วันนั้นแหละ ผมจะมีทั้งรถทั้งวัว ทั้งๆที่เป็นเงินลงทุนก้อนเดียว

c4

ข้อคิดนี้สอนไห้รู้ว่า..#อย่าเอาเงินไปลงทุนกับอะไรที่มันจม พยายามคิดหาวิธีให้เงินนั้นงอกเงย จะได้ต่อยอดไปเรื่อยๆครับ

c5

#ข้อคิดนี้ หวังว่าน่านะมีประโยชน์ไม่มากก้น้อยนะครับ อาจจะไม่สายเกินไปนะที่จะมีเหมือนคนอื่นๆโดยไม่ต้องมีหนี้ #ข้อคิด

c6

ก็เป็นอีกมุมมองในข้อคิดเดียวกันแต่ก็ต่างคนก็ต่างมุมต่างความคิด ซื้อรถยนต์ก็ได้ใช้ ซื้อวัวก็เพิ่มราคา ได้ลูกในอนาคต มันขึ้นอยู่กับความจำเป็น และสถานะของตัวบุคคลเอง

c7

ขอบคุณข้อมูลจาก : เตชธโร สายทะเล

!!!!เผย “5 อาชีพ” ที่ธนาคารไม่ปล่อยกู้


ไม่น่าเชื่อกันจริงๆ ใช่ไหมคะว่าบางอาชีพจะเข้าข่ายอยู่ในลิสต์รายชื่อที่ธนาคารไม่อยากปล่อยกู้ด้วย งานนี้ใครที่เข้าข่ายอยู่ใน 5 อาชีพเหล่านี้ต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายให้ดีแล้วะ จะได้ไม่ต้องมาคิดหาวิธีที่กู้หนี้ยืมสินกับธนาคาร กู้เงินนอกระบบ เงินด่วนทันใจ ให้กลายเป็นหนี้หัวโต 5 อาชีพที่ธนาคารไม่ปลอยกู้จะมีอาชีพใดบ้างและเพราะสาเหตุใดเราไปดูกันได้เลยจ้า

ชมคลิป : “5 อาชีพ” ที่ธนาคารไม่ปล่อยกู้

1.ทหาร ตำรวจ อาชีพนี้ถึงจะเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ก็เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการสูญเสียแบบกระทันหัน ซึ่งเหตุผลที่ธนาคารไม่ปล่อยกู้นั้นถึงแม้ว่าจะไม่เปิดเผยถึงเหตุผลแบบตรงไปตรงมาแต่เราก็พอทราบได้ว่าอาชีพที่มีความเสี่ยงแบบนี้คงเป็นเรื่องที่ยากที่จะปล่อยเงินกู้ นอกเหนือจากนั้น การทวงหนี้ก็เป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากอาชีพเหล่านี้มีสิ่งป้องกันติดตัว ที่เมื่อเกิดการปะทะอาจก่อให้เกิดการสูญเสียได้นั่นเอง ยกเว้น ทหาร ตำรวจ ที่เป็นแพทย์ อันนี้ธนาคารปล่อยกู้ให้

2. พนักงานชั่วคราว (Freelance) แน่นอนอยู่แล้วว่าอาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะมีรายได้สูงกว่าพนักงานประจำเสียด้วยซ้ำ แต่หลักฐาน Statement เงินเดือนยืนยันรายได้ที่แน่นอนว่าคุณจะมีเงินผ่อนชำระหนี้ให้กับธนาคารหรือไม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อาชีพนี้จะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ทำบัตรเครดิต (วิธีการแก้ไขคือ การนำเงินเข้าบัญชีทุกเดือนๆ ให้บัญชีธนาคารมีความเคลื่อนไหว คุณก็สามารถทำบัตรเครดิตผ่านได้แล้ว)

3. เจ้าของกิจการก่อสร้าง และ อสังหาริมทรัพย์ สำหรับคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้าง อสิงหาริมทรัพย์ การขอกู้ในธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดสินทรัพย์ขนาดใหญ่อาจจะสามารถปล่อยกู้ได้ แต่สำหรับธนาคารที่เป็น Non Bank จะไม่นิมยมปล่อยกู้ เนื่องมาจากเห็นว่าการขอกู้ในประเภทนี้จะเป็นการขอกู้ในวงเงินที่สูง ซึ่งเมื่อปล่อยกู้ไปแล้วก็ไม่สามารถคาดคะเนได้เลยว่ากิจการจะล้มละลายหรือไม่ จึงเป็นเหตุผลที่ธนาคารมักไม่ค่อยปล่อยกู้สำหรับผู้ที่ทำอาชีพนี้

4. พนักงานในบ่อนการพนัน ขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพที่มีการพนันมาเกี่ยวข้อง ก็รู้ได้เลยว่าเป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอน เงินที่ได้มาจากชั่วโมงก่อนอาจจะหายไปในพริบตาในชั่วโมงถัดไป และตัวบ่อนการพนันเองก็มีโอกาสปิดตัว จึงเป็นอาชีพที่ธนาคารไม่ปล่อยกู้ให้แน่ๆ สำหรับใครที่จะยื่นเรื่องกู้ ขอบอกให้ตัดใจได้

5. พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย อาชีพนี้ถือเป็นอีกอาชีพที่ได้เงินแบบรายวัน จะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับลูกค้า ทางธนาคารเองจึงไม่ปล่อยกู้เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับเงินคืน หรือลูกหนี้ไม่สามารถผ่อนชำระได้ครบตามที่ธนาคารกำหนด จึงไม่แปลกที่พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่จะหันไปกู้นอกระบบกันแทน

OMG 9 อันดับ ดาราเศรษฐี ที่ทรัพย์สินเยอะที่สุดในวงการ แต่ละคนทำบุญมาได้อะไรรวยขนาดนี้


เรื่องความรวยนั้นสำหรับเหล่าดาราหลายๆก็มีเงินที่มากมายเเ่น่นอนใครเห็นก็ต้องอิจฉา เราจะมาดู 9 ดาราที่ชาตินี้ไม่มีวันจน เพราะฐานะและทรัพย์สมบัติทางบ้าน บวกกับธุรกิจที่คอยซัพพอร์ต หนุนหลังอยู่ในขณะที่ยังทำหน้าที่ของ ดารา ไปด้วย เรียกได้ว่าเงินล้นคลังกันเลยทีเดียว มีใครบ้างไปดูเลย

9. แทค ภรัณยู ถึงลุคจะดูแบดบอย มีรอยสักเต็มตัว แต่นักแสดงหนุ่ม แทค ภรัณยู นั้นดูขยันมากๆ นอกจากงานในวงการบันเทิงที่มีผลงานให้ชมกันตลอด แทค ยังเป็นนักธุรกิจเศรษฐีหนุ่มไฟแรง เจ้าของวิลล่าหรูที่เชียงใหม่ ที่มีมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท “เวียงงามล้านนาวิลล่า” และยังมีร้านกาแฟแนวล้านนา ให้นั่งชิลรับอากาศดีๆ ของเมืองเชียงใหม่อีก

8. กาย รัชชานนท์ เรียกได้ว่าร่ำรวยอู้ฟู่สุดๆ สำหรับ กาย รัชชานนท์ ที่มีธุรกิจหลักร้อยล้านที่เมืองหลวงพระบาง ซึ่งมีทั้งโรงงานทำน้ำประปา และโรงแรมสุดหรู ที่หนุ่มกายได้มาสานต่องานของครอบครัวมาลงทุนไว้ ซึ่งคุณพ่อเป็นนักกฎหมายและเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายด้านการลงทุน มีเพื่อนและได้ร่วมลงทุนในประเทศลาวมานาน ส่วนหนุ่มกายเองก็เริ่มมาทำงานตั้งแต่เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว

7. ดีเจพีเค ปิยะวัฒน์ จากผู้ชายร่างเล็ก ผิวคล้ำ สอบไม่ติด จากบ้านไปเรียนเมืองนอก กระทั่งมีหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่เขากลับเลือกที่จะตามหาฝันที่หวังไว้ตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ถ้าคุณเปิดหูรับฟังสื่อ ทั้งทีวี วิทยุ หรือสปอตโฆษณา จะได้ยินเสียงผู้ชายคนนี้เกือบทุกที่ “พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร”

6. บีม ศรัณยู สำหรับดาราหนุ่มคนนี้ ที่ใครๆ ต่างก็รู้ถึงความร่ำรวยของเขาดี สำหรับหนุ่ม บีม ศรัณยู ที่รวยอู้ฟู่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ด้วยทางบ้านที่มีธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ ซึ่งทำให้ บีม มีรถระดับซุปเปอร์คาร์มากมายหลายคัน แต่ละคันหลักหลายล้านบาททั้งนั้น แถม บีม ยังมีทั้งงานในวงการและธุรกิจอีกมากมาย เรียกได้ว่าชาตินี้ไม่มีวันที่จะจนเลยล่ะ

5. ดีเจเพชรจ้า วิเชียร เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่ชีวิตมีความสุขมาก สำหรับดีเจเพชรจ้า เพราะเขาประสบความสำเร็จทั้งทางด้านหน้าที่การงาน ธุรกิจ และความรัก ที่ภรรยาอย่าง นิวเคลียร์ ตั้งท้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแม้ว่าตามเดิมหนุ่มคนนี้ครอบครัวมีฐานะอยู่แล้ว แต่หนุ่มเพชรจ้า หาเงินเองตั้งแต่เรียนเริ่มจากธุรกิจผับที่ทำร่วมกับเพื่อนๆ ดีเจ 95.5 เวอร์จิ้นฮิต พิธีกรงานอีเว้นต์ ยังไม่รวมธุรกิจคาร์แคร์ระดับ 5 ดาว อาหารเสริม และอีกหลากหลายธุรกิจ

4. ฟลุค เกริกพล เรียกได้ว่าร่ำรวยสุดๆ สำหรับ ฟลุค เกริกพล ที่มีธุรกิจคอยสนับสนุนอยู่หลายอย่าง ชนิดที่ว่าชาตินี้จะไม่มีวันจนอย่างแน่นอน โดย ฟลุค นั้น เป็นทั้ง CEO ธุรกิจ B-Hip แถมยังเป็นเจ้าของร้านอาหารสุดหรูอย่าง The Bar & Restaurant มีทั้งรายการท่องเที่ยว และยังเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด เช่น นาฬิกาสุดหรู รถยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย

3. นุ่น วรนุช ถ้าเป็นดาราระดับซุปตาร์ของเมืองไทย แน่นอนว่าทั้งงานละคร งานอีเว้นท์ งานโฆษณา ก็ย่อมมีเข้ามาไม่ขาดสาย ค่าเหนื่อยแต่ละงานตีราคาแล้วก็ 6-8 หลักขึ้นไป คงไม่น่าแปลกใจที่เหล่าคนดังจะมีเงินเก็บมหาศาล แต่สำหรับ นุ่น วรนุช ที่นอกจากจะเป็นนักแสดงระดับซุปตาร์ แล้วยังเป็นถึงสะใภ้ไฮโซหมื่นล้าน แต่ก็ใช่ว่าคุณนาย นุ่น จะอยู่บ้านเฉยๆ เพราะเธอมีธุรกิจกิจการที่ต้องดูแลกว่าเกือบ 10 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจขายเสื้อผ้า ธุรกิจอสังหาฯ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้เธอมีเงินเยอะถึงขนาดที่ใช้ชาตินี้ยังไง ก็ใช้ไม่หมดเลยล่ะ

2. พีช พชร หล่อและมีความสามารถ แถมชาติตระกูลดี๊ดี สำหรับนักแสดงหนุ่มขวัญใจวัยรุ่น อย่าง พีช พชร ทายาทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป ซึ่งถึงแม้ทางบ้านจะรวยมหาศาลมากๆ แล้ว แต่ พีช ก็ไม่ได้อยู่งอมืองอเท้าแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าตัวมองว่า การที่สร้างฐานะได้ด้วยตัวเองนั้นเจ๋งกว่าเยอะ พีช จึงได้เข้าทำงานในวงการบันเทิง แถมยังมีธุรกิจเป็นของตัวเองอีกหลากหลายงานอีกด้วย เชื่อได้ว่าทั้งหล่อ เก่ง ขยัน แบบนี้ ไม่มีวันพบกับคำว่าจนแน่นอนจ้า

1. ป๊อก ภัสสรกรณ์ เป็นที่ทราบกันดีกว่า “จิราธิวัฒน์” เป็นสกุลของบุคคลระดับแนวหน้าฐานะดีอันดับต้นๆ ของประเทศไทยสำหรับ “ป๊อก ภัสสรกรณ์” เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีนามสกุลดังนี้ต่อท้ายชื่อ เรียกได้ว่าเขาคนนี้เป็นทายาทสายตรงเลยก็ว่าได้ ซึ่งถึงแม้ว่าครอบครัวของเขาจะมีฐานะร่ำรวยมากแค่ไหน ป๊อก ก็ไม่ได้อยู่เฉย ซึ่งเจ้าตัวได้หันไปเรียนเกี่ยวกับงานเบื้องหลังและเบื้องหน้าของวงการเพลง จนมามีชื่อเสียงในบทบาทของนักร้องแร๊พ ซึ่งงานธุรกิจ ป๊อก ก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่องไปแต่อย่างใด ยังคงทำควบคู่กันไปกับงานในวงการอยู่ตลอดๆ เลยล่ะ

 

อย่าวิ่งตามใคร จนคุณดูไร้ค่า จำไว้ 10 เหตุผล ที่คุณต้องลืม คนที่ ไม่รักคุณ


อย่าวิ่งตามใคร จนคุณดูไร้ค่า จำไว้ คุณก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน 10 เหตุผล ที่คุณต้องลืม คนที่ ไม่รักคุณ

1 คุณอาจ ไม่ใช่ สำหรับบางคน เหมือนที่ บางคน ไม่ใช่ สำหรับคุณ ยอมรับ ความจริง

2 การที่ คน คนเดียว ปฏิเสธ คุณ ไม่ได้หมายถึงคุณ ไม่ดีพอ พิสูจน์ให้เขาเห็นว่า คุณดีพอ

3 โลกนี้ ไม่ได้มีแค่ เขา คนเดียว ยังมีคนอีกมากมายที่ ต้องการคุณ ให้โอกาสตัวเอง

4 ยิ่งคุณ ดื้อดึง และ เหนี่ ยวรั้ง เขาไว้ คุณยิ่งดู ไ ร้ค่า ในสายตาเขา ปล่อย เขาไป

5 คุณ มีค่า เกินกว่า ที่จะ ขอร้อง ให้ใครรักคุณ และเขาก็ไม่มีค่าพอ

6 คุณต้อง รักตัวเอง และเลือก สิ่งที่ดีที่สุด เพื่อตัวเอง ลืม คนที่ไม่รักคุณ

7 คุณต้อง รักชีวิตตัวเอง ต้องโฟกัส ต้องใช้ชีวิต ต้องมีความสุข, และคุณต้องเข้มแข็ง

8 ทุกสิ่ง ที่เกิดขึ้นล้วนมี เหตุผล โชคชะตากำหนดไว้แล้ว ว่าเขา ไม่ใช่ เพราะ คนที่ใช่ ยังเดินทาง มาไม่ถึง

9 สิ่งที่ดีกว่า รอคุณอยู่ข้างหน้า คุณต้อง เชื่ อ และ รอคอย สิ่งนั้น รอคอย, สิ่งที่ คุณคู่ควร

10 ดูแลตัวเอง ให้ดูดี, และ..มีค่าที่สุด เพราะจากนี้ คุณจะเป็น ผู้เลือก ไม่ใช่ ผู้ถูกเลือก

ขอบคุณที่มา : Chermarn Ratanapongtrakoon

OMG วิธีการเลี้ยงฮวก เลี้ยงง่าย สร้างรายได้ดี เพียงทำตามวิธีนี้…


เผยวิธีการเลี้ยงฮวก เลี้ยงง่าย สร้างรายได้ดี

หากเรียกว่า ฮวก เชื่อว่ามีใครอีกหลายคนไม่รู้จักสัตว์ชนิดนี้กันอย่างแน่นอน เป็นสัตว์ที่ชาวอีสานชอบนำมาประกอบอาหาร นั่นก็คือ ลูกอ๊อด ลูกกบ นั่นเอง มีรสชาติที่หอม อร่อย เหมาะกับข้าวอุ่นๆ และยังเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายอีกชนิดหนึ่ง วันนี้จะพาไปดูวิธีการเลี้ยง จะง่ายแค่ไหน ตามไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

 ขั้นตอนวิธีการเพาะเลี้ยง

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมกบพ่อพันธุ์แม่พันธุ์
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมบ่อให้สะอาดผ่านการฆ่าเชื้อโรค
ขั้นตอนที่ 3 นำกบมาผสมพันธุ์
ขั้นตอนที่ 4 เพาะเลี้ยงลูกฮวกในบ่ออนุบาล 7 วัน
ขั้นตอนที่ 5 นำลูกฮวกไปเพาะเลี้ยงในบ่อดินที่เตรียมไว้
ขั้นตอนที่ 6 ให้หัวอาหารเม็ดวันละ 2 เวลา คือ ตอนเช้า และตอนเย็น หลังจากกบออกไข่แล้ว ประมาณ 24 ชั่วโมง ไข่กบก็ฟักออกเป็นตัว และยังไม่ต้องให้อาหารใดๆ จนผ่านไปถึงวันที่ 3 จึงเริ่มให้อาหาร

การให้อาหาร

เริ่มให้อาหารทีละน้อยๆ และหมั่นสังเกตด้วยว่า ลูกกบกินอาหารหมดหรือไม่ หากหมดก็ค่อยๆ เพิ่ม หากยังไม่หมดก็ให้ลดการให้อาหารลง

  • ระยะอนุบาลลูกกบนี้ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆ 3 วัน หรือหากน้ำเริ่มเสียก็ควรเปลี่ยนน้ำเร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึง 3 วัน
  • อาหารลูกกบก็ให้อาหารปลาดุกเล็ก น้ำในคอก โดยเฉลี่ยประมาณ 30 เซนติเมตร เมื่อลูกอ๊อดอายุครบ 15 วัน ก็จะเริ่มจับจำหน่าย
  • ลูกอ๊อดแต่ละรุ่นในหนึ่งคอกจะอยู่ที่ 80-100 กิโลกรัม ราคาขายส่งจะอยู่ที่ 200-300 บาท

วิธีการทำอาหารสำหรับลูกอ๊อด

วัตถุดิบ

  • ปลายข้าว อัตรา 7 ส่วน
  • ปลาป่น อัตรา 3 ส่วน
  • รำ อัตรา 1 ส่วน

ขั้นตอนวิธีการทำ

ขั้นตอนที่ 1 ให้นำปลายข้าวและปลาป่น มาต้มให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 2 ต่อมา เมื่อต้มเสร็จพอให้เหลวเข้ากันแล้ว นำรำมาผสมเข้าด้วยกันให้ข้นเหนียวสามารถปั้นเป็นก้อนได้
ขั้นตอนที่ 3 จากนั้น นำมาให้อาหารปลา ด้วยการปั้นและโยนลงในบ่อ วันละ2 ครั้ง เช้าเย็น

ข้อจำกัดในการเพาะเลี้ยง

ต้องเพาะเลี้ยงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม เท่านั้น ต่อจากนั้นก็จะเก็บกบพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไว้จนถึงฤดูกาลเลี้ยงอีกที

จะเห็นวิธีการเลี้ยงฮวก หรือลูกอ๊อดนั่นเอง ซึ่งจะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย และมีราคาที่ค่อนข้างแพง เป็นที่ต้องการของตลาด หากใครที่สนใจ อย่าลืมศึกษาวิธีและนำไปเลี้ยงกันได้นะคะ
ขอบคุณบทความดีๆจาก http://news-amazing.com

หลายคนไม่รู้ ประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์บ้าน ดีแบบนี้นี่เอง


การรีไฟแนนซ์ที่ถูกต้องสิ่งที่ต้องมีก็คือเงินกู้ที่จะได้มาต้องก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวผู้กู้มากที่สุดเพื่อที่จะทำให้การรีไฟแนนซ์มาแล้วหนี้สินจะสามารถลดลงจากหนี้เดิมนั่นเองถ้าเกิดว่าคุณกำลังมีคำถามว่ารีไฟแนนซ์บ้านดียังไง?ลองไปดูกันเลยว่าการรีไฟแนนซ์บ้านจะให้ประโยชน์อะไรกับเราได้บ้าง

1. มีระยะเวลาในการผ่อนบ้านนานขึ้น
เพราะเมื่อเรารีไฟแนนซ์บ้านแล้วเราจะได้ระยะเวลาในการผ่อนชำระให้นานขึ้นกว่าเดิมเช่นจากเดิมผ่อนบ้านในระยะเวลา30ปีผ่อนถึงปีที่10แล้วเราเอาไปรีไฟแนนซ์เราอาจจะได้ระยะเวลาในการผ่อนบ้านนานขึ้นและอัตราดอกเบี้ยลดลงทำให้เรามีเวลาในการหาเงินเพื่อมาโปะค่าบ้านให้หมดเร็วขึ้นได้

2. ดอกเบี้ยลดลงมีเงินเหลือไปใช้ในส่วนที่จำเป็น
หนึ่งในข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้านก็คือการที่จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจากเดิมเพราะเมื่อได้อัตราดอกเบี้ยต่ำก็จะทำให้เงินที่จะนำมาจ่ายเพื่อผ่อนชำระต่อเดือนลดลงเมื่อยอดผ่อนชำระรายเดือนลดลงแล้วเงินส่วนที่เหลือจากการจ่ายดอกเบี้ยที่น้อยลงนั้นก็สามารถนำไปใช้ในส่วนที่จำเป็นก่อนได้หรือจะนำเงินที่เหลือนั้นไปสร้างประโยชน์ให้กับคุณเพิ่มขึ้นไปได้เช่นกัน

3. ลดภาระหนี้ที่จะต้องจ่ายหนักในแต่ละเดือน
การรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยให้ภาระหนี้ที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือนลดลงเช่นเราต้องจ่ายค่าบ้านพร้อมดอกเบี้ยเดือนละ20,000บาทแต่หลังจากรีไฟแนนซ์บ้านแล้วเราอาจจะจ่ายค่าบ้านพร้อมดอกเบี้ยเหลือแค่เดือนละ15,000บาทก็เป็นได้ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนของเราลดลงและเราก็สามารถนำเงินส่วนนั้นไปใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็นจริงๆได้อีกด้วย

4. สามารถขอเพิ่มวงเงินกู้ได้
ถ้าหากคุณต้องการที่ซ่อมแซมบ้านหรือตกแต่งบ้านเพิ่มเติมแต่ยังผ่อนบ้านไม่หมดการรีไฟแนนซ์บ้านก็จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้คุณนำเงินในอนาคตมาใช้ในการซ่อมแซมหรือตกแต่งบ้านได้เช่นกันด้วยการขอเพิ่มวงเงินกู้ในการรีไฟแนนซ์บ้านแล้วเราก็จะได้นำเงินที่เราขอเพิ่มวงเงินกู้มาใช้ในการซ่อมแซมหรือตกแต่งเพิ่มเติมได้หลังจากวงเงินใหม่ได้รับการอนุมัติทำให้คุณไม่ต้องนำเงินในปัจจุบันมาใช้ก่อน

5. สร้างเครดิตที่ดีในการผ่อนชำระกับสถาบันทางการเงิน
ในการรีไฟแนนซ์บ้านการชำระหนี้ตามกำหนดเวลาทุกครั้งและค่างวดในแต่ละเดือนถูกลงจะทำให้ธนาคารมองว่าเรามีรายได้สูงกว่าภาระหนี้ก็จะทำให้เครดิตของเราดีขึ้นและทำให้การขอกู้ในครั้งถัดๆไปกับสถาบันการเงินเป็นเรื่องง่ายเพราะมีเครดิตที่น่าเชื่อถือสุดท้ายแล้วการรีไฟแนนซ์บ้านเองก็เป็นส่วนในการสร้างเครดิตที่ดีแก่ผู้กู้ในการผ่อนชำระกับสถาบันทางการเงินในครั้งต่อๆไปบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องง่ายที่จะขอกู้เงินเพื่อไปทำประโยชน์อื่นๆตามที่คุณต้องการ

จะเห็นได้ว่าการรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและมีอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงระยะเวลาในการผ่อนนานขึ้นอีกด้วยถ้าหากใครอยากทราบรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆที่จะต้องใช้ในการรีไฟแนนซ์เพิ่มเติมก็สามารถอ่านเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านได้เลย